ลูกหม่อนสดบรรจุกล่อง

“มัลเบอร์รี่” หรือ “ผลหม่อน”

 กระแสนิยมรับประทานผลไม้สีม่วงแดงกำลังมาแรง ทั้งประชากรในเมืองและชนบท ทำให้ “มัลเบอร์รี่” หรือ “ผลหม่อน” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ลูกหม่อน” ซึ่งกรมหม่อนไหมได้ทำการศึกษาวิจัยมานานกว่า 20 ปี อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นหน่วยงานเล็กๆ ชื่อสถาบันวิจัยหม่อนไหม สังกัดกรมวิชาการเกษตร

ช่วงเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2535 คณะผู้วิจัยหวังเพียงว่า“ลูกหม่อน” จะเป็นผลไม้ที่นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหม่อน แยม และไวน์ เสริมรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ที่มีผลหม่อนเป็นผลพลอยได้จากการปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 ที่ใช้ผลิตใบหม่อนสำหรับเลี้ยงไหม เมื่อทำการตัดแต่งกิ่ง หรือทิ้งต้นหม่อนไว้ให้พักตัวในฤดูแล้ง หม่อนพันธุ์นี้ก็จะผลิดอกออกผลเป็นผลไม้สีแดง จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มมองเห็นเป็นสีดำ ให้ผลผลิตผลหม่อนราว 300-500 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ต่อมาเราพบว่ามีหม่อนที่นิยมปลูกกันในภาคเหนือเป็นผลไม้ริมรั้ว จึงนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์60 และพันธุ์อื่นๆ ที่มีศักยภาพให้ผลผลิตผลหม่อนสูง พบว่า หม่อนพันธุ์ที่นำมาจากจังหวัดเชียงใหม่ จากสวนของ นายโกสิ่ว แซ่โก หลังวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ โดยนายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ นักวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร ในขณะนั้น ให้ผลผลิตผลหม่อนสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ และขอรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร เมื่อปี พ.ศ.2549 โดยให้ใช้ชื่อว่า “หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หม่อนพันธุ์เชียงใหม่”


หม่อนสดบรรจุกล่อง

ด่วน.....โปรโมชั่น HOT..!! ลดแหลก แจก แถม หม่อนสดบรรจุกล่อง 500 กรัม เพียง 190 บาทฟรีค่าส่ง

ผลการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องของกรมหม่อนไหม ที่ใช้ผลหม่อนบำรุงรักษาสุขภาพ เช่น พบว่าผลหม่อนมีฤทธิ์ลดการตายของเซลล์ประสาทจากโรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคพิษสุราเรื้อรัง ทำให้ผลหม่อนเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเป็นไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ทุกวันนี้มีผู้ผลิตและแปรรูปผลหม่อนเป็นอาหารและเครื่องดื่มหลายราย รวมทั้งประชาชนทั่วไปก็ติดต่อขอต้นหม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ ที่กรมหม่อนไหม และที่ศูนย์หม่อนไหมฯทั่วประเทศ ไปปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน ไว้รับประทานผลสดกันทุกวัน
การปลูกหม่อนให้มีผลสดรับประทานตลอดปี
การปลูกหม่อนให้มีผลรับประทานตลอดปี สามารถกระทำได้แต่ต้องเอาใจใส่ ทำการบังคับหรือเร่งให้ต้นหม่อนให้ผลิดอกออกผลนอกฤดูกาลหมุนเวียนกันตลอดปี แค่นี้เราก็มีผลหม่อนสดให้ลิ้มรสกันทุกวัน ลองตามอ่านดูว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง😍😍
ต้องปลูกหม่อนอย่างน้อย 4 ต้น ถามว่าจะปลูกมากกว่านี้ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ครับ เช่น เพิ่มเป็น 8 ต้นหรือ 12 ต้น จะทำให้หม่อน 2-3 ต้น มีผลสุกพร้อมให้เก็บผลผลิตเหลื่อมกันตลอด เป็นการประกันว่าจะมีผลหม่อนให้เรารับประทานแบบไม่ขาดช่วง แม้อาจจะมีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้น เช่น สภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผลร่วงก่อนกำหนด ฯลฯ
ต้องโน้มกิ่งหม่อนปีละ 1 ครั้ง 
ต้องตัดกิ่งแขนงต้นหม่อนให้ออกกิ่งใหม่ทุกปีๆละ 2 ครั้ง พร้อมรูดใบออก
เก็บผลผลิตผลหม่อน ได้ทั้งในระยะผลห่าม (ผลมีสีแดงประมาณ 50% และสีม่วงประมาณ 50%) หรือระยะผลสุก(สีม่วงดำทั้งผล) ตามความต้องการว่าต้องการผลหม่อนรสหวานอมเปรี้ยว หรือหวานจัด มีระยะเวลาการเก็บผลได้ต้นละประมาณ 1 เดือน
หม่อนแต่ละต้นต้องเป็นอิสระต่อกัน  
ตามแผนภูมิการปลูกหม่อนผลสดจำนวน 4 ต้น เราสามารถปลูกพร้อมกันได้ ถ้าสามารถให้น้ำต้นหม่อนได้ เราจะปลูกต้นหม่อนเดือนไหนก็ได้ แต่การปลูกจะให้เจริญเติบโตเร็วก็ควรปลูกในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป การปลูกในปีแรกควรปล่อยให้ต้นหม่อนเลี้ยงลำต้นให้แข็งแรง เมื่อครบปีหรืออาจไม่ครบปีแต่กิ่งหม่อนแก่แล้วจึงจะทำการโน้มกิ่งได้ เพื่อให้หม่อนติดดอกออกผล ถ้าต้องการให้ต้นหม่อนมีตอสวยงาม ไม่มีตอเล็กตอน้อยมากเกินไปให้ตัดกิ่งไว้ตอ 1-3 ตอ ให้สูงจากพื้นดินประมาณ 80-100 เซนติเมตร
เมื่อกิ่งใหม่แตกออกแล้วมีอายุ 6-12 เดือน ก็เริ่มโน้มกิ่งเพื่อให้ผลิดอกออกผลได้ และทำการตัดแขนงทุกๆ 4 เดือน โดยกิ่งยังถูกโน้มไว้เช่นเดิม พูดง่ายๆคือหม่อนแต่ละต้นจะถูกบังคับให้ออกผลปีละ 3 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป
การปลูกต้นหม่อนผลสด
ระยะปลูก อาจปลูกเป็นแถว แต่ละต้นห่างกัน 4 เมตร เพื่อเผื่อรัศมีทรงพุ่มไว้อย่างน้อย 2.00 เมตร หรือจะปลูกในแปลงพื้นที่สี่เหลี่ยมด้วยระยะปลูก 4.00 x 4.00 เมตรก็ได้
การเตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมลึก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10 กิโลกรัมต่อหลุม ใส่ปูนโดโลไมท์หรือปูนขาว ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อหลุม และปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตรา 250 กรัมต่อหลุม หรือจะให้แม่นยำต้องใส่ตามค่าการวิเคราะห์ดิน คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วกลบหลุมด้วยหน้าดินให้พูนเล็กน้อย
วิธีการปลูก ขุดดินบนหลุมที่เตรียมไว้ให้ลึกพอประมาณ แล้วนำต้นหม่อนที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการต่างๆลงปลูกกลบดินให้แน่น
การบังคับทรงต้น  ต้นหม่อนที่ปลูกจากกิ่งชำชนิดล้างราก หรือชนิดชำถุง หรือปลูกด้วยท่อนพันธุ์จากกิ่งพันธุ์โดยตรง  เมื่อต้นหม่อนเจริญเติบโตได้ประมาณ 6-12 เดือน จะต้องบังคับทรงพุ่มโดยตัดแต่งกิ่งให้เหลือเพียงกิ่งเดียวไว้เป็นต้นตอ มีความสูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร จากพื้นดิน ปล่อยให้หม่อนแตกกิ่งใหม่หลายๆกิ่ง เก็บกิ่งที่สมบูรณ์ไว้ กิ่งที่ไม่สมบูรณ์ให้ตัดทิ้งเพื่อให้ด้านล่างโปร่ง ง่ายต่อการปฏิบัติดูแลรักษาด้านเขตกรรมต่างๆ เช่น การกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ย การพรวนดิน การตัดแต่งกิ่งแขนงและการเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นต้น อนึ่งสำหรับหม่อนที่ปลูกในปีแรกๆ ลำต้นและระบบรากยังเจริญเติบโตไม่มาก อาจจะหักล้มได้ง่าย ดังนั้นจะต้องทำการยึดลำต้นไว้ด้วยไม้ หรือไม้ไผ่ให้แน่นหนา
การใส่ปุ๋ย ในปีที่ 2 ให้ใส่ปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ตามการวิเคราะห์ความต้องการปูนขาวของดินเพิ่ม ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อต้น ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 250 กรัมต่อต้น
การให้น้ำ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้น้ำหม่อนในระยะที่หม่อนติดผลแล้ว (โดยปกติจะมีฝนหลงฤดูหรือฝนชะช่อมะม่วงผ่านเข้ามา จะทำให้ต้นหม่อนแตกตาติดดอก ถ้าไม่มีฝนหลงฤดู หลังโน้มกิ่ง รูดใบ ต้องให้น้ำกระตุ้นการแตกตาแทนน้ำฝน) หากขาดน้ำจะทำให้ผลหม่อนฝ่อก่อนที่จะสุก หรือทำให้ผลหม่อนมีขนาดเล็ก
 การตัดแต่งกิ่งและการดูแลรักษาทรงพุ่ม ตัดเฉพาะกิ่งแขนงที่ไม่สมบูรณ์และเป็นโรคทิ้ง เพื่อลดการสะสมโรคและแมลการบังคับให้หม่อนติดผลนอกฤดูกาล ใช้วิธีการบังคับต้นหม่อน เพื่อให้ได้ผลผลิตผลหม่อนในระยะเวลาที่ต้องการ มีวิธีการดังนี้  
1) ทำการโน้มกิ่งหม่อนที่ปลูกแบบทรงพุ่ม โดยการโน้มกิ่งให้ปลายยอดขนานกับพื้น หรือโน้มลงพื้นดิน รูดใบหม่อนออกให้หมด พร้อมทั้งตัดยอดส่วนที่เป็นกิ่งสีเขียวออกยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ใช้เชือกผูกโยงติดไว้กับหลักไม้ไผ่ ซึ่งปักไว้บนพื้นดินสำหรับยึดเชือกไว้

2) หลังการโน้มกิ่ง 8-12 วัน ดอกหม่อนจะแตกออกพร้อมใบ  จากนั้นจะมีการพัฒนาการของ ผลหม่อน โดยผลจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีขาว สีชมพู สีแดง และสีม่วงดำ ตามลำดับ โดยใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน ผลจะเริ่มแก่และสุก สามารถเก็บไปรับประทานสดหรือนำไปแปรรูปได้  มีระยะเวลาในการเก็บผลประมาณ 30 วันต่อต้น เพราะผลหม่อนจะทยอยสุก เนื่องจากออกดอกไม่พร้อมกัน

เมื่อต้นหม่อนมีอายุตั้งแต่ 2 ปี เป็นต้นไปจะให้ผลผลิตผลหม่อนประมาณ 1.5-35 กิโลกรัม(ประมาณ 750-1,850 ผลต่อครั้งต่อต้น) เพียงพอต่อการบริโภคผลสดทั้งครอบครัวทุกวัน ตลอดปี ซึ่งร่างกายต้องการวันละ 10-30 ผลเท่านั้น อีกทั้งยังมีผลหม่อนสดไว้แปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่มได้อีกหลายชนิด เช่น น้ำหม่อน แยมหม่อน เชอเบทหม่อน ฯลฯ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สำหรับผู้รักสุขภาพทุกท่านที่จะปลูกหม่อนไว้รับประทานเอง 
ที่มา: กรมหม่อนไหม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น